Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ผูเ่อร์ ทีดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ผูเ่อร์ ทีดี แสดงบทความทั้งหมด

11 พฤศจิกายน 2557

ความรู้ชาผูเอ่อร์

ขอบพระคุณ คุณปริญญา ที่เอื้อเฟื้อบทความดีๆครับ
ความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์

จุดกำหนดรสชาติเฉพาะของชาผู่เอ๋อร์ (ตอนที่ 1)

ความดื่มด่ำ(韵)เปรียบเหมือนสตรี จริตจะก้าน รสชาติ ความรู้สึก ความงามของรูปโฉม ถูกรวมอยู่ในร่างคนคนเดียว ถือเป็นความรู้สึกหาที่เปรียบไม่ได้
ความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์(普洱茶之韵)
รสแห่งความดื่มด่ำ(韵味)เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างบางเบา ทุกคนอาจเข้าใจไม่เหมือนกัน แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
โค้วตาน(寇丹) ได้กล่าวไว้ว่า : การก่อเกิดของความดื่มด่ำต้องอาศ้ยการสะสมของกาลเวลา และเป็นสิ่งที่รับรู้ยอมรับจากคนสิบล้านคนแล้ว ความดื่มด่ำของชา(茶韵) มองจากด้านมุมกว้างคือชาและประวัติศาสตร์ของจีน ควบรวมพื้นที่ท้องถิ่น มาตรฐานความงาม และการพัฒนาตนเอง ไม่ได้บ่งชี้ถึงรูป สี กลิ่น รสของชาเลย เพียงบ่งบอกถึงขอบเขตเกี่ยวกับจิตใจ เป็นรสที่ไม่ได้จากชา ถ้ามองจากด้านนมุมแคบหมายถึงเมื่อหล้งคนได้ชิมดื่มน้ำชาแล้วจะเกิดความสุขใจ(愉悦) เพริศพริ้ง(空灵) ตกอยู่ในวังวนของความเพ้อคลั่ง(迷幻)และมโนภาพ(浮想联翩)ชั่วขณะ และเป็นรสนอกตัวชาอีกเช่นกัน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับจากชา นั่นคือ ความดื่มด่ำของชา
จะเห็นได้ว่า ความดื่มด่ำของชาไม่ไช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม แต่เป็นคตินิยม(意识形态)ที่รับรู้สัมผัสได้ แฝงอยู่ในอวัยวะประสาทสัมผัสของแต่ละคนที่มีสีสันรุนแรง ทั่วๆไปเพียงสามารถพรรณนาแต่นิยามออกมาไม่ได้ หรือหยั่งรู้ได้แต่พูดออกเป็นคำพูดไม่ได้
ถึงแม้ความดื่มด่ำของชาจะเลือนลางเพียงใดจนไม่สามารถไตร่ตรองออกมาได้ แต่มันแนบติดอยู่บนกลิ่นและรสของชาซึ่งเป็นรูปธรรมเสมอ ประสบการณ์ของแต่ละคน คือ ชามีเพียงกลิ่นแต่ไม่มีพลัง(ชี่;气) มีเพียงความใส(清)แต่ไม่เงียบสงบ(幽) น้ำชามีความนุ่มเลื่อน(柔滑)แต่ไม่มีกระดูก(骨) ซึ่งจะเกิดความดื่มด่ำของชาได้ยาก พลังและความดื่มด่ำมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่น เมื่อมีความดื่มด่ำของพลัง(气韵) ชาก็จะมีชีวิตชีวา ความดื่มด่ำของพลังเกิดการไหลเคลื่อนที่แล้ว ก็จะรับรู้สัมผัสถึงความดื่มด่ำของชาได้ ความใสของชาที่ยังค้างอยู่บนอวัยวะประสาทสัมผัส เมื่อมีความเงียบสงบก็ถูกยกระดับการรับรู้สัมผัสขึ้นไปในจิตวิญญาณ(心灵) และที่ต้องเน้นย้ำถึงความรู้สึกของกระดูก(骨感) เพื่อมุ่งเน้นถึงเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ(个性) การเน้นย้ำความเข้มหนาที่คงที่(醇厚沉稳) เพื่อให้คนมีความรู้สึกของหนาหนัก(厚重感)...

จุดกำหนดรสชาติเฉพาะของชาผู่เอ๋อร์...(ตอนที่ 2-จบ)

ความเห็นส่วนตัวในการทำความเข้าใจความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์ ก่อนอื่น แยกออกเป็น 2 ส่วน : หนึ่งคือความดื่มด่ำของเขา(山韵) อีกหนึ่งคือความดื่มด่ำของบอดี้(体韵)
ต้องเข้าใจคุณลักษณะด้านชาของชาผู่เอ๋อร์ ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจและรู้จักความดื่มด่ำเฉพาะของแต่ละเขตชา(茶区之韵) ซึ่งทั่วๆไปพูดกันว่า"พลังของขุนเขา(山头气)"
ชาดิบผู่เอ๋อร์จะมีกลิ่นแบบท้องถิ่น(风土香) หรือเรียกว่ากลิ่นแบบพื้นที่(地域香)เป็นตัวชูโรง เราจึงสามารถใช้กลิ่นและรสชาติมาประเมินตัดสินว่าชานี้มาจากพื้นที่ใด :
• ชาจากพื้นที่ซือเหมา(思茅) จะมีความรู้สึกของรสที่นุ่ม(柔)และกลิ่นเต็มอัตรา แต่รสชาติค่อนข้างอ่อน(淡) ขาดความหนาแน่น
• ชาจากพื้นที่สิบสองปันนา(版纳) จะมีความรู้สึกของรสหนาแน่น(厚重) หนืดข้น(稠浓) กลิ่นหอมโชย(香气飘) รสหลังออกทางขม
• ชาจากพื้นที่หลินชาง(临沧) มีกลิ่นแรง(香气高) รสชาติเต็ม(味道足) แต่ความหนาเข้ม(醇和)ไม่ถึง ออกทางฝาด
เขตชามีอยู่ทั่วมณฑลหยินหนาน ลักษณะเด่นของแต่ละเขตชาทั้งเหนือใต้ออกตกต่างมีรสชาติพิเศษเฉพาะของตนเอง ความดื่มด่ำของเขาสามารถเป็นตัวแทนของกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะของแต่ละชาเขาได้ ชาเขาที่ทุกคนคุ้นเคยแล้ว เช่น ปันจาง(班章) ยี่หวู่(易武) จิ่งม่าย(景迈) เป็นต้น ต่างมีประเภทของกลิ่นและรสแห่งความดื่มด่ำที่มีลักษณะเด่นเฉพาะของตนเอง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์สามารถอาศัยการดมกลิ่นแห่งความดื่มด่ำ(香韵)ในใบชาแห้งที่มีบางลักษณะที่เด่นชัดของเขตชานั้นๆแล้วรู้ได้ว่าเป็นชาจากเขตชาไหน หรือในขณะชงชาได้ความดื่มด่ำแห่งป่าเขา(山野之韵)ซึ่งอยู่ในกลิ่นที่โชยลอยมา แต่"ความดื่มด่ำของเขา"ยากที่จะใช้คำศัพท์ใดแสดงออกมาได้ หยินหนานมีชาเขาอยู่มากมาย คิดที่จะทำความคุ้นเคยกับรสแห่งความดื่มด่ำของเขา(山头韵味)ทุกเขาคงจะเกินเลยความจริง แต่ในฐานะที่เป็นคนชิมชา จะต้องเรียนรู้ลิ้มรสของแต่ละความดื่มด่ำ รื่นเริงกับแต่ละความดื่มด่ำ โดยเริ่มจากชาแท้จากเขาล่าสุด จากชาที่เด็ดยอดใบในฤดูใบไม้ผลิ แล้วเด็ดครั้งที่2และชาจากฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้น ทำการศึกษาและลิ้มลองเป็นขั้นเป็นตอน ค้นหาแต่ละลักษณะเด่นของกลิ่นและรสชาติ จะเป็นการดีถ้ามีการบันทึกกลิ่นและรสชาติไว้ สะสมประสบการณ์จากเขตชา(เขา)ทีละเขา จากขบวนการเรียนรู้ทั้งเพื่อการลิ้มรสและความสนุก ก็จะเรียนรู้จนเกิดผลได้ กล่าวโดยสรุป ทุกสิ่งจะต้องอาศัยการสัมผัสและประสบให้มากๆ
ชาผู่เอ๋อร์นอกจากมีรสแห่งความดื่มด่ำของเขาเฉพาะแล้ว ชาผู่เอ๋อร์ที่มีคุณภาพดียังปรากฎความดื่มด่ำของบอดี้ที่ยืดยาวนานได้ กล่าวเพื่อสำหรับการชิมดื่มแล้ว ความดื่มด่ำก็แบ่งออกเป็น : ความดื่มด่ำของโพรงปาก(腔韵) ความดื่มด่ำขิงลำคอ(喉韵) และ ความดื่มด่ำของการรู้สึกตัวของร่างกาย(身体的意韵) ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า ความดื่มด่ำของบอดี้(体韵) ซึ่งนี้ก็คือเสน่ห์ของชาผู่เอ๋อร์ที่แตกต่างจากชาชนิดอื่นๆ สิ่งที่ทำให้ผู้คนหลงไหลกับความดื่มด่ำของเขาที่เข้มข้นในชาผู่เอ๋อร์ ก็คือ ชาจากหยินหนานสามารถแสดงตนที่มีรสชาติพิเศษเฉพาะออกมา รสชาติของชาผู่เอ๋อร์ที่ยืดยาว(延伸) ลืมไม่ลง(难忘) รสสะท้อนกลับ(回味) เปลี่ยนแปลง(变化) สดชื่น(舒畅) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความดื่มด่ำได้ทั้งสิ้น มีคนคิดว่าการหุนการ(回甘)ก็คือความดื่มด่ำของชาแล้ว พูดเช่นนี้ไปในทางด้านเดียวเกินไป ความดื่มด่ำของบอดี้แห่งชา(茶之体韵) ควรที่จะเป็นการยืดยาวของรสชาติในท่ามกลางการตระหนักรับรู้(意识中的延伸) ความดื่มด่ำของบอดี้ที่แท้จริงคือ ปัจเจกบุคคลนิยม(个人化) ระดับของการรับรู้สิ่งแรกขึ้นกับคุณภาพของชา ขณะเดียวกันขึ้นกับสภาพร่างกายและระดับความรู้ความเข้าใจของคนชิม การทำความเข้าใจกับความดื่มด่ำของบอดี้ที่ค่อนข้างเลือนลางนั้น สิ่งสำคัญเบื้องต้นคือจะต้องมีประสบการณ์อันหลากหลาย ดังนั้น จะต้องลิ้มลองดื่มและเปรียบเทียบข้อแตกต่างของชาผู่เอ๋อร์มากๆ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นแล้ว ความดื่มด่ำของเขาแห่งชา(茶之山韵)และความดื่มด่ำของบอดี้ของคนชิม(品者体韵) ก็จะค่อยๆปรากฎเด่นชัดขึ้น
เข้าทำนองที่ว่า :
คนซึ่งไร้กระดูก ใยสามารถยืนบนโลกได้ฉันใด ชาซึ่งไร้ความดื่มด่ำ ใยจะมีวิญญาณได้ฉันนั้น
สุดท้ายของการไล่ล่าชาผู่เอ๋อร์ ก็คือ การค้นหาความดื่มด่ำแห่งชา(茶之韵) ! กลิ่นหอมลึกลับและความดื่มด่ำหนาแน่น(暗香厚韵) ก็คือ ภาพที่แท้จริงของชาผู่เอ๋อร์

(แปล-เรียบเรียง-ย่อ จากบทความ《普洱茶之韵---普洱茶风味之源》 ของ หยีชิงหยี่)

03 พฤศจิกายน 2557

ความรู้ผูเอ่อร์

ขอบพระคุณ คุณ Parinya Sae-Keang ที่แปลเรียบเรียงและเอื้อเฟื้อบทความครับ

ชาผูเอ๋อร์ทำไมต้องมี"พาหะ"ของการหมัก ]
《普洱茶为什么需要发酵的"载体"》

ชาผูเอ๋อร์ยังคงใช้วีธีการหม้กแบบเก่าแก่ดั้งเดิม ซึ่งแตกต่างจากวิศวกรรมการหมักที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างมาก ขบวนการและขั้นตอนยังยืดอิงวีธการผลิตชาแบบดั้งเดิมที่สืบต่อกันมายาวนาน เทคโนโลยี่ใหม่ที่คิดค้นมีเพียงแค่ "การหมักกอง(渥堆)" ในทศวรรษปี 70 คือ การหมักที่คนสร้างขึ้นเพื่อเร่งการหมักให้เร็วขึ้น ซึ่งก็จำกัดใช้ได้เพียงในการผลิตชาสุก(熟茶)เท่านั้น ชาผูเอ๋อร์จากวีธีการผลิตชาแบบดั้งเดิม ทุกวันนี้รู้จักกันในนาม"ชาดิบ(生茶)" คือ ชาที่เกิดการหมักแบบธรรมชาติหรือใช้วีธีการหมักแบบดั้งเดิม :
• การหมักที่แบ่งตามรูปแบบ คือ การหมักในสถานะของแข็ง(Solid State Fermentation ; 固态发酵)
• การหมักที่แบ่งตามเทคนิคการผลิต คือ การหมักต่อเนื่อง(Continued Fermentation ; 连续发酵)
• การหมักที่แบ่งตามการใช้ออกซิเจน คือ เริ่มจากการหมักใช้ออกซิเจน(Aerobic Fermentation ; 有氧发酵) ต่อด้วยการหมักไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobic Fermentation ; 厌氧发酵)
การสร้างพาหะการหมัก
ขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตชาผูเอ๋อร์ คือ การอัดขึ้นรูป แต่กลไกการหมักจะไม่สิ้นสุดตามไปด้วย เหมาฉา(毛茶)ที่ผ่านขั้นตอนการตากเขียว(晒青)แล้ว ถ้าหากยังไม่นำมาอัดขึ้นรูป แม้จะเก็บอีกเป็นระยะเวลายาวนาน ก็ยังถือเป็นวัตถุดิบอยู่ ถ้านำวัตถุดิบนี้มาอัดขึ้นเป็นรูปก้อน แผ่นกลม ถ่อ แผ่นสี่เหลี่ยมแล้วจะอยู่ในสถานะของแข็ง การหมักในสถานะของแข็งที่ยังไม่สิ้นสุด เมื่อชาผูเอ๋อร์ถูกอัดขึ้นรูปแล้ว ก็จะเข้าสู่กลไกการหมักใหม่ใน "พาหะ(载体)" นี้ เป็นการเริ่มต้นกลไกการหมักหลังและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง(后续发酵) สามารถต่อเนื่องยาวนานกว่าร้อยปี และสร้างคุณภาพ "ยิ่งเก่ายิ่งหอม(越陈越香)" หรือเทียบเคียงขบวนการนี้ว่า "จากลูกเป็ดขี้เหร่กลับกลายเป็นห่านฟ้า(丑小鸭向白天鹅的转变)
ขบวนการหมักในชาผูเอ๋อร์ที่อัดขึ้นรูปจะประกอบด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้และไม่ใช้ออกซิเจนสับเปลี่ยนกัน นี้ถือเป็นวงจรที่สำคัญของขบวนการหมักของชาผูเอ๋อร์ เหมาฉาที่ผ่านการตากเขียวแล้วแม้จะมีกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์สอดแทรกอยู่ แต่โดยพื้นฐานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจน(Aerobic Bacterias ; 有氧菌群) แต่การหมักที่สำคัญกว่าที่เกิดจากกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobic Bacterias ; 厌氧菌群)เป็นหลัก เนื่องจากภายใต้มีกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนมาร่วมด้วยช่วยกัน ชาผูเอ๋อร์จึงประกอบด้วยกลุ่มสาร Derivatives(衍生物质) ที่เฉพาะที่เกิดจากการหมักไม่ใช้ออกซิเจน กลุ่มสารนี้ก็คือ "ตัวปัจจัย(因子)" ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา
ขบวนการหมักที่เกิดในชาผูเอ๋อร์ ขั้นตอนแรกคือการหมักใช้ออกซิเจนเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของขบวนการผลิตชาจนเป็นเหมาฉา เพราะใบชาสัมผัสกับอากาศภายนอก ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเหมาฉาถูกอัดขึ้นรูปแล้ว เฉพาะผิวภายนอกสัมผัสกับอากาศ แต่ภายในจะเกิดเป็นสภาวะขาดอากาศ ซึ่งบังเอิญเหมาะกับการหมักที่ไม่ใช้อากาศ การหมักใช้อากาศและการหมักไม่ใช้อากาศทั้ง 2 ขั้นตอนในชาผูเอ๋อร์จะเกิดหมุนเวียนกัน กลายเป็นเส้นโซ่ของการหมักที่สมบูรณ์แบบ
ส่วนส่านฉา(散茶)ที่ได้จากการผลิตชาสุก แม้จะผ่าน "การหมักกอง" ซึ่งอยู่ในสภาวะการหมักไม่ใช้อากาศแต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าไม่นำมาอัดขึ้นรูป ก็กลับเข้าสู่เปลือยกายในอากาศ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ขาดอากาศแบบยาวนาน ก็จะเหมือนกับชาแดง(红茶)ที่เมื่อถูกเก็บไว้นานก็จะแปรสภาพเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่าน(碳化)
บรรพรุษชาผูเอ๋อร์แห่งหยินหนาน ได้สร้างชาผูเอ๋อร์เป็นรูปก้อน แผ่นกลม ถ่อ แผ่นสี่เหลี่ยม ก็คือการสร้าง "พาหะ" ให้ชาผูเอ๋อร์เกิดการหมักโดยสมบูรณ์ คงไม่ใช่เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง ถ้าหากเพื่อความสะดวกแล้ว จะต้องอัดขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจะดีที่สุด เพราะไม่ว่าในด้านการบรรจุไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ การทนต่อแรงกดแรงกระแทกแล้วจะกระจายแรงเฉลี่ยได้เท่าๆกัน ไม่เกิดความเสียง่าย และขบวนการขึ้นรูปง่ายและเร็วกว่า ต้นทุนทุกอย่างจึงถูกกว่า เหตุที่มีการขึ้นรูปเป็นก้อน แผ่นกลม ถ่อ ซึ่งถือเป็นรูปทรงกลม นอกจากเพื่อให้รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยงามแล้ว จุดสำคัญคือให้มีรูปลักษณ์ที่เหมาะกับการหมัก เนื่องจากจุลินทรีย์จะไม่ชอบพื้นผิวเรียบและขอบเป็นมุม "พื้นที่ทำงาน" ที่เหมาะสม คือ เป็นลักษณะรูปทรงกลม
เราดื่มชาผูเอ๋อร์เหมือนกำลังดื่มชิ้นงานศิลปะและวัฒนธรรมของจีนที่มีมากว่าพันปี !!