Translate

23 กันยายน 2555

ชาผูเอ่อร์ปลอมที่มักเจอกันในตลาด


วันนี้มาพูดคุยเรื่องชาผูเอ่อร์ที่เค้านิยมทำปลอมหรือย้อมแมวกันครับ

๑.ทำปลอมยี่ห้อดัง

๒.ทำเก่า

๓.เอาชาใบเล็กไปทำชาผูเอ่อร์ ชาผูเ่อ่อร์ต้องทำจากชาพันธ์ใบใหญ่ยูนานเท่านั้นนะครับ

๔.นำชาอบแห้งไปทำชาผูเอ่อร์ ชาผูเ่อ่อร์ต้องตากแห้งโดยแสงแดดเท่านั้นนะครับ

๕.นำชาแดงหรือชาชนิดอื่นไปย้อมแมวเป็นชาผูเอ่อร์

๖.นำชาปลูกแบบขั้นบรรไดไปปลอมเป็นชาปลูกแบบปล่อยป่า ( ชาป่า )

๗.ชาธรรมดาไปปลอมเป็นชาเขาดังๆ

๘.ชาสูตร( ชาพิงเพ้ย )ไปบอกว่าเป็น ชาฉุนแล่ว

๙.ชาคั่วด้วยเครื่องบอกว่าเป็นชาทำด้วยมือ

๑๐.ชาหน้าฝนปลอมเป็นชาฤดูใบไม้ผลิ(ชุนฉา)หรือชาฤดูใบไม่ร่วง( กู่ฮัวฉา เป็นฤดูที่ต้นข้าวเมืองจีนออกดอก ซึ่งจะมีราคารองจากชุนฉา และแพงกว่าชาหน้าฝน )ชาหน้าฝนเรียกว่า หยีสุยฉา

๑๑.นำชาที่ชงแล้วนำมาทำใหม่

วันนี้หาข้อมูลได้แค่นี้ เดี๋ยววันหลังคิดได้เพื่มเติมจะนำมาโพสเพิ่มนะครับ ใครคิดได้ว่ายังมีชาปลอมแบบใดบ้างยินดีโพสเพิ่มได้ในช่อง ข้อคิดเห็น นะครับ ขอบคุณครับ
๑๒.ชาที่ไม่ได้ทำจากวิธีหรือสูตรที่ถูกต้องตามตำราของชาผูเอ่อร์

24 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณคุณจางสำหรับข้อมูลดีๆน่ะครับ

    ป.ล คุณจางครับ ผมลืมที่คุณจางบอก ชาสูตรภาษาจีนเรียกกว่าอะไรน่ะครับ

    ขอบคุณครับผม
    แว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เรียนคุณแว พิงเผ้ยหรือว่าเพ้ยฟังครับ

      ลบ
  2. น่ากลัวมากๆครับ ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ

    มิกซ์

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ24 กันยายน 2555 13:22

    รสชาติและกลิ่นของชาปลอมจะต่างกับชาแท้มากใหมครับ
    มน ปทุมธานี

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ของปลอมมีมากมายหลายขนานครับ มีทั้งใกล้เคียงไปจนถึงดื่มไม่ได้เลยครับ ขอบคุณครับคุณมน

      ลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ24 กันยายน 2555 15:08

    ๒.ทำเก่า
    ๑๑.นำชาที่ชงแล้วนำมาทำใหม่
    น่ากลัวที่สุดครับ เพราะว่าต้องใช้สารเคมี
    คนซื้อชาคงลำบาก เพราะว่าต้องชิมอย่างเดียว ชิมแล้วก็ไม่รู้อีก เพราะว่า ของแท้เป็นไงก็ไม่รู้
    ทางที่ดีทที่สุดคืออย่าละโมบ ของดีไม่มีถูก

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณครับ ที่ให้ข้อคิดดีๆ

      ลบ
  5. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับคุณจาง โจ้

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2555 11:01

    อนาคตคงหาชาแท้ที่รสชาติดียากขึ้นนะครับ
    เพราะแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม
    มน ปทุมธานี

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2555 11:02

    อนาคตคงหาชาแท้ที่รสชาติดียากขึ้นนะครับ
    เพราะแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม
    มน ปทุมธานี

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ครับคุณมน ช่วยๆกันศึกษาครับ ขอบคุณครับ

      ลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2555 12:45

    ข้อความนี้เป็นเพียงนำเอาประสบการณ์ที่เคยได้รับมา คุยกันและเป็นเพียงความคิดส่วนตัวเท่านั้นนะครับ
    1. ความแตกต่างภายนอกของชาปลอม(หรือชาย้อมแมว)ต่างกับชาแท้มากครับ
    สิ่งที่จะต้องดู คือ
    1.1 กระดาษที่ใช้ห่อชา ถ้าเป็นการซื้อของใหม่จะแตกต่างกันระหว่างของแท้กับของปลอมครับ
    แต่ถ้าได้มาฟรีจากญาติหรือเพื่อนก็ไม่เป็นไร อันนี้ยกเว้นได้ครับ
    1.2 วิธีการห่อกระดาษจะแตกต่างกันระหว่างของแท้กับของปลอม
    1.3 การอัดเป็นแผ่นหรือเป็นถ้วย (กัวฉา)ของแท้ก็จะสวยกว่าชาปลอม
    บางครั้งชาปลอมจะดำมากเกินไปจากไหม้ไฟ (ถ้าจะอบไฟแรงเกินไป)
    1.4 ถ้ามีแสตมป์หรือสติกเกอร์ต้องตรวจสอบด้วยนะครับ "ลองดูบทความ แสตมป์ต้ายี่ ที่ดี ของคุณจางนะครับ"
    1.5 จากข้อ 1 ถึง 4 ข้างต้น เป็นลักษณะภายนอกที่เราสามารถเห็นด้วยตาครับ ซึ่งเป็นด่านแรกในการป้องกันการซื้อของปลอมครับ
    แต่ทางที่ดีควรซื้อของแท้ที่เราสนใจไว้อย่างน้อย 1 แผ่น (จะเป็นปีไหนก็ได้นะครับสำหรับมือใหม่)เพื่อศึกษาครับ เช่น
    ก) ถ้าชอบชาดิบต้ายี่ สูตร 7542 ก็ควรมีของแท้ไว้ครับ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับของปลอมก็จะรู้ทันที่
    แต่หากเป็นคนที่มีความสามารถสู้ราคาไหว จะซื้อของเก่าเก็บแล้วชิมดูได้ครับ แล้วนำไปเปรียบเทียบที่อื่น เช่น เยาวราช
    ฮ่องกง เป็นต้น ถ้าไปซื้อที่อื่นก็จะได้รู้ครับว่าโดนหลอกหรือไม่ครับ
    ข) ถ้าชอบชาสุกต้ายี่ สูตร 7572 ก็ควรมีของแท้ไว้ครับ หรือ
    ค) ถ้าชอบชาป่าปิงเต่าหรือชาป่าเขายี่หวู่ ก็ควรมีของแท้ไว้ครับ
    และที่สำคัญคือแหล่งที่ผลิตมาต้องชัดเจนครับ คือมาจากบริษัทฯไหนก็ต้องตรงกับอันนั้นครับ
    เช่น ต้ายี่ มาจากบริษัท เมิ่งไห่, หรือ เล่าถงจื้อ จากบริษัท ไห่วัน เป็นต้น
    อย่าเพียงแต่มาจากพวกซินตึ้งหรือมาจากเมืองจีนก็ซื้อแล้ว ยังไม่ได้ชิมเลยครับ เพราะจีนแผ่นดินใหญ่ใหญ่กว่าประเทศไทย
    มากๆ (1 จังหวัด ก็ใหญ่กว่าประเทศไทยแล้วครับ)แล้วเรื่องการ Copy หรือ โคลนนี่ง แถบแต้จิ๋วก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วครับ

    ยังมีข้อแตกต่างระหว่างชาแท้กลับชาปลอมอีกนะครับ แต่ใส่ให้เท่านี้ก่อนเดี๋ยวจะยาวเกินไปครับ
    ขอบคุณครับ
    S&M


    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. เยี่ยมครับ ขอบคุณครับ

      ลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2555 15:50

    ต่อหัวข้อที่ 2และ 3 ครับ
    2. ความแตกต่างของกลิ่นระหว่างชาผูเอ้อร์แท้กับชาผู้เอ้อร์ปลอม
    2.1 ชาผูเอ้อร์ ถ้าดมตอนที่แห้งค่อนข้างจะยากครับ เพราะเป็นชาหมักและวิธีการเก็บรักษาชา จำนวนปีที่เก็บไว้
    สิ่งเหล่านี้มีผลต่อกลิ่นชาครับ คิดว่าใช้วิธีที่ 2.2 น่าจะชัดเจนกว่าวิธีที่ 2.1 ครับ
    2.2 ถ้าเราชงชาผูเอ้อร์แล้ว ลองดมจากน้ำชาไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ 1ถึงน้ำที่ 10 ก็ตาม ความหอมของชาแท้ก็จะยังอยู่ครับ
    และแตกต่างกันระหว่างชาผูเอ้อร์แท้และชาผูเอ้อร์ปลอมแน่นอนครับ
    สำหรับข้อ 2 นี้ ต้องให้ร้านชาชงและขอดมดูครับ โดยเฉพาะน้ำที่ 1 ที่ร้านเขาทิ้งไปครับ (สำหรับน้ำที่ 1 ไม่จำเป็นต้องชิมก็ได้นะครับ
    เพราะเขามองกันว่าเป็นน้ำที่ล้างฝุ่นจากใบชาหรือถ้าจะลองชิมเพื่อรู้กลิ่นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดครับ แต่ต้องมีวิธีชิมครับ
    สำหรับวิธีชิมชาถ้าอยากจะรู้ก็ตามไปดูหัวข้อที่ 4 ครับ

    ขอต่อหัวข้อที่ 3 เลยก็แล้วกันครับ
    3. ความแตกต่างของรสชาติ
    ตรงนี้ต้องหาเอกลักษณ์แต่ละชนิดหรือแต่ละยี่ห้อก่อนครับ ถึงแม้ขึ้นชื่อว่าชาป่าเหมือนกันแต่ละเขาก็ยังแตกต่างกัน
    ความสำคัญตรงนี้ คือ บางครั้งมีการหลอกเอาชาป่าจากเขาอื่นมาเป็นชาปิงเต่า เป็นต้น ซึ่งชาป่าที่เขาอื่นราคาถูกกว่าชาป่าปิงเต่าและ
    รสชาติสู้ชาป่าปิงเต่าไม่ได้ มีเงื่อนไขนะครับว่า ถ้าเขาทำได้สะอาดเหมือนกัน ก็เรียกได้ว่าเสียเงินอย่างเดียวและเข้าใจรสชาติชาป่าปิงเต่า
    ผิดไปจากของแท้ครับ แต่ยังไม่ทำลายสุขภาพ
    แต่ถ้าหากเจอชาผู้เอ้อร์ปลอม แบบนำชาเก่ามาย้อมแมวหรือเป็นชาที่ไม่มีความสะอาด ก็จะเสียเงินรวมทั้งสุขภาพครับ
    "สรุปว่ารสชาติคงจะคล้ายๆกับข้อ 1.5 ครับ คือซื้อมาชิมดูจากร้านที่ไว้ใจได้ครับ เพื่อหาเอกลักษณ์ของรสชาติตามชนิดชานั้นๆ และคงต้องดูด้วยว่าตัวเราชอบรสชาติชาผู้เอ้อร์ชนิดนั้นหรือไม่"

    อนึ่ง ชาป่ากับชาปลูก (ทั้งสองอย่างเป็นชาดิบทั้งคู่) เวลาชิมอย่านำไปเปรียบเทียบกันนะครับ เพราะเหมือนกับเราชกมวยกันคนละรุ่น
    ยังไงๆช่าป่ารสชาติดีกว่าชาปลูกอยู่แล้วครับ ให้เปรียบเทียบชาป่ากับชาป่า และชาปลูกกับชาปลูกครับ


    ข้อคิด
    "อย่าสนใจคำพูดของคนอื่นเขาจะว่ายังไงครับ เพราะเงินเรา ซื้อแล้วก็เป็นชาของเรา สุขภาพก็ของเรา ความชอบก็ของเรา
    ดังนั้นคนอื่นจะว่ายังไงก็ช่างเขา แต่เราก็ได้ชาแท้และชาผูเอ้อร์ที่เราชอบแล้วก็พอใจแล้วครับ"

    เอ๊ะ! ฝนตกพอดี ขอพักมือก่อนครับเดี๋ยวจะต่อให้อีก ประมาณ 3 หัวข้อครับ
    ขอบคุณครับ
    S&M

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณครับ สำหรับข้อความดีๆ

      ลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ25 กันยายน 2555 18:02

    4. วิธีการชิมชา คือ
    4.1 น้ำชา (ใช้น้ำที่ 1 ได้จะยิ่งดี แต่ถ้ามีน้ำที่ 2หรือ3 ก็ไม่เป็นไรครับ) ดื่มประมาณ 1/3 จอก (เพราะเดียวจะเต็มปาก)
    "หนึ่งจอกทำ 3 ครั้ง"
    4.2 ทำลักษณะเหมือนคนกลั้วคอ (อย่าเปิดปากนะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าไม่เตือนกัน)
    "ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวว่าต้องกลั้วคอกี่ครั้ง แต่ให้น้ำชาไปทั่วช่องปาก"
    4.3 ให้บ้วนทิ้งครับ แต่ถ้าไม่มีที่บ้วนก็ต้องกลืนลงท้องครับ
    ในข้อ 4 นี้ สำหรับบ้านเรามองว่าเป็นกริยาที่ไม่สุภาพ (หรือไม่มีมรรยาท) แต่วิธีนี้จะทำให้เรารู้เลยครับว่า เมื่อชาผสมกับ
    น้ำลายของเราแล้ว กลิ่นชาที่แท้จริงเป็นอย่างไร เป็นชาแท้หรือชาปลอม หรือนำชาเก่ามาทำชาใหม่

    5. ชาทุกชนิด ถ้าดื่มแล้วต้องชุ่มคอและแก้กระหายน้ำ
    แต่ไม่ใช่ยิ่งดื่มยิ่งหิวน้ำหรือมีอาการระคายคอ (ถ้าแปลจากภาษาจีนจะได้คำว่า "สากคอ") หรือบางคนก็แสบคอ"นึกถึงเวลาเดินป่าแล้วคอแห้งก็แล้วกันครับ" ผมใช้คำเดียวก็แล้วกันครับคือ อาการระคายคอ
    สำหรับอาการระคายคอนั้น บางคนเกิดขึ้นที่กระพุ้งแก้ม ปลายลิ้น กลางลิ้น โคนลิ้นจนไปถึงคอ
    ถ้าดื่มชาแล้วมีอาการระคายคอก็ต้องตัดใจครับ แม้ว่าจะซื้อชามาแพงแสนแพงก็ตาม คือทิ้งครับ เพราะผูเอ้อร์บางตัวเป็นชาแท้ครับ แต่เก็บไม่ดีผลปรากฎว่าขึ้นราครับ ก็ทำให้มีอาการระคายคอ (ลองดูบทความเก่าๆของคุณจาง และอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนชื้น ยิ่งหน้าฝนอย่างนี้ต้องเก็บรักษาดีๆ ครับ)หรือถ้ายังไม่ซื้อก็โชคดีครับ ก็คืออย่าซื้อครับ แสดงว่าชามีปัญหาครับ

    6. สำหรับราคาของแท้ก็ต้องเหมาะสมกับราคาตลาด (คือไม่แพงจนเกินเหตุและก็ไม่ถูกจนเกินไป เช่น ผู้เอ้อร์ดิบ ปี 2000 ราคาตลาดแผ่นละ ประมาณ 25,000 บาท แต่มีคนมาขายให้เราแผ่นละ 2,000 บาท ถ้าอย่างนี้ก็ชัดเจนครับว่าเจอของปลอมแน่ๆ)
    แต่จะว่าไปราคาก็ยังไม่ใช่ตัวตัดสินที่เดียวนะครับว่าจะต้องเป็นของแท้เสมอไป วิธีดีที่สุดคือ พยายามชิมของแท้และจำรสชาติ กลิ่นให้ได้มากที่สุดครับ แล้วใช้ราคาเป็นตัวตัดสินใจครับว่าเราสู้ราคานั้นไหวหรือไม่

    7. ลองถ่ายรูปเปรียบเทียบการฟื้นตัวหลังชงชาแล้วของชาผู้เอ้อร์แท้กับชาผู้เอ้อร์ปลอม แต่ต้องมั่นใจนะครับว่ามีผูเอ้อร์แท้อยู่ในมือ

    สำหรับข้อความที่ผมพิมพ์นี้ เกิดจากประสบการณ์ที่ผมได้รู้ได้เห็นมาเองครับ ก็คิดว่าน่าจเป็นแนวทางได้สำหรับวิธีการสังเกตุชาผูเอ้อร์แท้กับชาผูเอ้อร์ปลอมได้บ้าง แต่ถ้าอยากได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชาผูเอ้อร์แท้ก็ลองถามเถ้าแก่หรืออาซ่อที่ร้านชาที่ดีนะครับ เพราะชาแท้จะต้องคุยเรื่องเกรดชา บริษัทชา Lotของชา ซึ่งตรงนี้ก็จะเกี่ยวกับราคาขายชาโดยตรงครับ

    ขออภัยคุณจางครับที่พิมพ์ยืดยาว คือถ้าเป็นทฤษฎีก็ต้องเขียนยาวครับ แต่ถ้าลงมือทำแล้วนิดเดียวเท่านั้นครับ
    สำหรับจุดอื่นก็ให้คืนอื่นแสดงความคิดเห็นบ้างก็แล้วกันครับ
    ขอบคุณครับ
    S&M



    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณครับที่ตั้งใจเขียนมากๆครับ ฮ่าๆ ชอบครับ

      ลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ30 กันยายน 2555 20:15

    วันนี้พูดถึงชาผูเออร์แท้ครับ เอาแบบวิชาการน้อยๆ
    แนวทางสำหรับการดื่มชาผูเอ้อร์สุกและชาผูเอ้อร์ดิบ
    สำหรับผู้ที่ชอบชาผูเอ้อร์สุกควรดื่มร่วมกับอาหารคาวหรืออาหารประเภทติ่มซำ (Dim Sum หรือ จีนแต้จิ๋ว เรียกว่า "แตะเตี้ยม")
    จะได้กลิ่นที่หอม รสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม แต่ถ้านำชาผูเอ้อร์สุกดื่มร่วมกับอาหารหวานหรือของหวาน เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมโมจิ
    ขนมไหว้พระจันทร์ โรตีใส่นม เต้าหู้ทอด หรือโอวหนี่แปะก๊วย เป็นต้น รสชาติก็จะจืดชืดและไม่อร่อยครับ
    สำหรับผู้ที่ดื่มชาผูเอ้อร์ดิบ ควรดื่มร่วมกับอาหารหวานหรือของหวานก็ได้ครับ ก็จะได้กลิ่นที่หอม รสชาติที่นุ่มนวลและกล่อม
    แต่ถ้าดื่มร่วมกับอาหารประเภทติ่มซำ รสชาติก็ไม่อร่อยเช่นกันครับ
    สรุปเลยครับว่า
    ชาผูเออร์สุกเหมาะกับอาหารคาวหรือติ่มซำ สำหรับชาผูเอ้อร์ดิบเหมาะสำหรับอาหารหวาน
    แต่ใครจะดื่มสลับกับแนวทางที่ว่านี้ก็ไม่ผิดกติกาครับ เพราะบางคนอาจชอบรสชาติที่แปลกๆไปอีกแบบหนึ่งครับ
    สำหรับผู้ที่ชอบชาแดง (จีนกลาง Hong chaหรือจีนแต้จิ๋ว เรียกว่า อั๊งเต๊) ก็อย่างน้อยใจนะครับ เพราะชาแดง เหมาะสำหรับของหวานของคนจีนครับ เช่น ขนมอี๊(ขนมบัวลอย) โอวหนี่แป๊ก๊วย หรือแปะก๊วยต้มน้ำตาล เป็นต้น

    วันนี้มีเท่านี้ครับ
    ขอบคุณครับ
    S&M



    ตอบลบ