Translate

22 พฤศจิกายน 2557

วิธีชงชาจากคุณซันซัน

ชามีหลายแบบหลายชนิด แต่ละชนิดมีวิธีการชงที่แตกต่างกันไป บางคนมีความเชื่อส่วนตัว และความเคยชินในการชงชาที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีประสบการณ์ของตัวเอง ตัวฉันเองชงชาทุกวัน ชงชาป่าผู่เอ๋อร์มาหลายปี เรียนรู้จากการปฎิบัติก็ยังไม่ได้เข้าใจชาป่าอย่างลึกซึ้ง    แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าเวลาชงชาจะต้องใส่ใจ ไม่รีบร้อนและทำใจให้สงบ
ในมุมมองของฉัน การชงชาเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การดื่มชาเปรียบเสมือนการดื่มด่ำ และชื่นชมในงานศิลปะ แต่ละคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ส่วนตัวฉันคิดว่าการชงชาไม่มีหลักการที่แน่นอนตายตัว คุณควรนำวิธีการที่คนอื่นกล่าวไว้มาทดลองและปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง เราจึงควรค้นหาเพื่อที่จะได้พบกับความสุนทรีย์ในการดื่มชา
วิธีการชงชาป่าผู่เอ๋อร์(ดิบ)ในแบบของฉันที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเพียงแนวทางเพื่อให้ผู้อ่าน นำไปทดลองและปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง คุณชอบรสชาติแบบไหน ปริมาณของใบชาที่ควรใส่ลงในปั้นรวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการชงแต่ละครั้งก็สามารถปรับเปลี่ยนไปตามความชอบของแต่ละคน สำหรับชาที่จะนำมาชงดื่ม ถ้าเป็นแผ่นให้แซะเก็บไว้ในถ้ำชาเพื่อให้สัมผัสกับอากาศประมาณ 10วันก็จะดี จะทำให้รสชาติอร่อยขึ้น
อุปกรณ์ที่ต้องใช้  1. ปั้นชาหรือก้ายหว่าน    2. กาพักชา 2 ใบ วิธีการชง1. ใช้น้ำเดือด ทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นให้สะอาด (ปั้นชา หรือก้ายหว่าน, กาพักชา และจอกชา) เพื่อฆ่าเชื้อ และอุ่นอุปกรณ์ด้วย2. นำใบชาที่แซะไว้ใส่ลงไปประมาณ 5-10 กรัม แล้วแต่ขนาดความจุของปั้นชาหรือก้ายหว่าน (120 – 200 ซีซี)3. เติมน้ำร้อนลงไปแล้วรินน้ำออก เพื่อเป็นการปลุกใบชาให้ตื่น และเพื่อล้างฝุ่นออกด้วย (ถ้ามี)4. ค่อยๆ เติมน้ำร้อนลงไป แช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วินาที สำหรับน้ำที่ 1-5 แล้วจึงค่อยรินน้ำออกใส่ไว้ในกาพักชา5. ทำตามข้อ 4 แต่ให้เพิ่มระยะเวลาในการแช่ใบชาให้นานขึ้นทีละน้อยในน้ำต่อๆ ไป
มีอีกหนึ่งอย่างที่ฉันอยากจะแนะนำ คือ อยากให้คุณลองเก็บน้ำชาที่ชงในแต่ละน้ำไว้สักนิดหน่อย โดยรินผสมกันใส่ไว้ในกาพักชาอีก 1 ใบ หลังจากที่คุณได้ดื่มไป 7-8 น้ำแล้ว คุณลองรินน้ำชาที่คุณเก็บไว้นี้มาดื่ม คุณจะได้เห็นความแตกต่างที่น่าประทับใจ
หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับการดื่มชานะคะ

15 พฤศจิกายน 2557

ถาดชาดินเผา

ถาดชาดินเผา ส่งตรงจากหยีซิง มาถึงแล้วครับ ขนาด 40*30 เซ็นติเมตร จำนวน 10 แผ่น ราคา 3800 ฿
ใบนี้ผมเลือกช่างที่วาด และแกะลายก่อนเผาด้วยช่างหนุ่มไฟแรง เป็นรูปลายเมฆหลินจือ หรือลายเมฆหยูยี่ ซึ่งเป็นความหมายมงคลที่ทุกท่านทราบดี ตรงขอบแกะชื่อร้านทีดีภาษาจีนครับ 香格茶轩 ใบนี้ ทีดี ภูมิใจดีไซด์ครับ

( แผ่นใหญ่จำหน่ายหมดแล้วครับ )ถาดดินเผา 60*45 เซ็นติเมตร จำนวน 6 แผ่น วาดและแกะลายด้วยศิลปิน 彭士怀 เผิงซื่อหวาย ที่ร่วมมือกับเรามาหลายครั้ง ราคาแผ่นละ 6000 ฿ ตรงขอบแกะชื่อร้านชาทีดีภาษาจีน 香格茶轩








11 พฤศจิกายน 2557

ความรู้ชาผูเอ่อร์

ขอบพระคุณ คุณปริญญา ที่เอื้อเฟื้อบทความดีๆครับ
ความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์

จุดกำหนดรสชาติเฉพาะของชาผู่เอ๋อร์ (ตอนที่ 1)

ความดื่มด่ำ(韵)เปรียบเหมือนสตรี จริตจะก้าน รสชาติ ความรู้สึก ความงามของรูปโฉม ถูกรวมอยู่ในร่างคนคนเดียว ถือเป็นความรู้สึกหาที่เปรียบไม่ได้
ความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์(普洱茶之韵)
รสแห่งความดื่มด่ำ(韵味)เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างบางเบา ทุกคนอาจเข้าใจไม่เหมือนกัน แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
โค้วตาน(寇丹) ได้กล่าวไว้ว่า : การก่อเกิดของความดื่มด่ำต้องอาศ้ยการสะสมของกาลเวลา และเป็นสิ่งที่รับรู้ยอมรับจากคนสิบล้านคนแล้ว ความดื่มด่ำของชา(茶韵) มองจากด้านมุมกว้างคือชาและประวัติศาสตร์ของจีน ควบรวมพื้นที่ท้องถิ่น มาตรฐานความงาม และการพัฒนาตนเอง ไม่ได้บ่งชี้ถึงรูป สี กลิ่น รสของชาเลย เพียงบ่งบอกถึงขอบเขตเกี่ยวกับจิตใจ เป็นรสที่ไม่ได้จากชา ถ้ามองจากด้านนมุมแคบหมายถึงเมื่อหล้งคนได้ชิมดื่มน้ำชาแล้วจะเกิดความสุขใจ(愉悦) เพริศพริ้ง(空灵) ตกอยู่ในวังวนของความเพ้อคลั่ง(迷幻)และมโนภาพ(浮想联翩)ชั่วขณะ และเป็นรสนอกตัวชาอีกเช่นกัน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับจากชา นั่นคือ ความดื่มด่ำของชา
จะเห็นได้ว่า ความดื่มด่ำของชาไม่ไช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม แต่เป็นคตินิยม(意识形态)ที่รับรู้สัมผัสได้ แฝงอยู่ในอวัยวะประสาทสัมผัสของแต่ละคนที่มีสีสันรุนแรง ทั่วๆไปเพียงสามารถพรรณนาแต่นิยามออกมาไม่ได้ หรือหยั่งรู้ได้แต่พูดออกเป็นคำพูดไม่ได้
ถึงแม้ความดื่มด่ำของชาจะเลือนลางเพียงใดจนไม่สามารถไตร่ตรองออกมาได้ แต่มันแนบติดอยู่บนกลิ่นและรสของชาซึ่งเป็นรูปธรรมเสมอ ประสบการณ์ของแต่ละคน คือ ชามีเพียงกลิ่นแต่ไม่มีพลัง(ชี่;气) มีเพียงความใส(清)แต่ไม่เงียบสงบ(幽) น้ำชามีความนุ่มเลื่อน(柔滑)แต่ไม่มีกระดูก(骨) ซึ่งจะเกิดความดื่มด่ำของชาได้ยาก พลังและความดื่มด่ำมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่น เมื่อมีความดื่มด่ำของพลัง(气韵) ชาก็จะมีชีวิตชีวา ความดื่มด่ำของพลังเกิดการไหลเคลื่อนที่แล้ว ก็จะรับรู้สัมผัสถึงความดื่มด่ำของชาได้ ความใสของชาที่ยังค้างอยู่บนอวัยวะประสาทสัมผัส เมื่อมีความเงียบสงบก็ถูกยกระดับการรับรู้สัมผัสขึ้นไปในจิตวิญญาณ(心灵) และที่ต้องเน้นย้ำถึงความรู้สึกของกระดูก(骨感) เพื่อมุ่งเน้นถึงเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ(个性) การเน้นย้ำความเข้มหนาที่คงที่(醇厚沉稳) เพื่อให้คนมีความรู้สึกของหนาหนัก(厚重感)...

จุดกำหนดรสชาติเฉพาะของชาผู่เอ๋อร์...(ตอนที่ 2-จบ)

ความเห็นส่วนตัวในการทำความเข้าใจความดื่มด่ำของชาผู่เอ๋อร์ ก่อนอื่น แยกออกเป็น 2 ส่วน : หนึ่งคือความดื่มด่ำของเขา(山韵) อีกหนึ่งคือความดื่มด่ำของบอดี้(体韵)
ต้องเข้าใจคุณลักษณะด้านชาของชาผู่เอ๋อร์ ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจและรู้จักความดื่มด่ำเฉพาะของแต่ละเขตชา(茶区之韵) ซึ่งทั่วๆไปพูดกันว่า"พลังของขุนเขา(山头气)"
ชาดิบผู่เอ๋อร์จะมีกลิ่นแบบท้องถิ่น(风土香) หรือเรียกว่ากลิ่นแบบพื้นที่(地域香)เป็นตัวชูโรง เราจึงสามารถใช้กลิ่นและรสชาติมาประเมินตัดสินว่าชานี้มาจากพื้นที่ใด :
• ชาจากพื้นที่ซือเหมา(思茅) จะมีความรู้สึกของรสที่นุ่ม(柔)และกลิ่นเต็มอัตรา แต่รสชาติค่อนข้างอ่อน(淡) ขาดความหนาแน่น
• ชาจากพื้นที่สิบสองปันนา(版纳) จะมีความรู้สึกของรสหนาแน่น(厚重) หนืดข้น(稠浓) กลิ่นหอมโชย(香气飘) รสหลังออกทางขม
• ชาจากพื้นที่หลินชาง(临沧) มีกลิ่นแรง(香气高) รสชาติเต็ม(味道足) แต่ความหนาเข้ม(醇和)ไม่ถึง ออกทางฝาด
เขตชามีอยู่ทั่วมณฑลหยินหนาน ลักษณะเด่นของแต่ละเขตชาทั้งเหนือใต้ออกตกต่างมีรสชาติพิเศษเฉพาะของตนเอง ความดื่มด่ำของเขาสามารถเป็นตัวแทนของกลิ่นและรสชาติที่เฉพาะของแต่ละชาเขาได้ ชาเขาที่ทุกคนคุ้นเคยแล้ว เช่น ปันจาง(班章) ยี่หวู่(易武) จิ่งม่าย(景迈) เป็นต้น ต่างมีประเภทของกลิ่นและรสแห่งความดื่มด่ำที่มีลักษณะเด่นเฉพาะของตนเอง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์สามารถอาศัยการดมกลิ่นแห่งความดื่มด่ำ(香韵)ในใบชาแห้งที่มีบางลักษณะที่เด่นชัดของเขตชานั้นๆแล้วรู้ได้ว่าเป็นชาจากเขตชาไหน หรือในขณะชงชาได้ความดื่มด่ำแห่งป่าเขา(山野之韵)ซึ่งอยู่ในกลิ่นที่โชยลอยมา แต่"ความดื่มด่ำของเขา"ยากที่จะใช้คำศัพท์ใดแสดงออกมาได้ หยินหนานมีชาเขาอยู่มากมาย คิดที่จะทำความคุ้นเคยกับรสแห่งความดื่มด่ำของเขา(山头韵味)ทุกเขาคงจะเกินเลยความจริง แต่ในฐานะที่เป็นคนชิมชา จะต้องเรียนรู้ลิ้มรสของแต่ละความดื่มด่ำ รื่นเริงกับแต่ละความดื่มด่ำ โดยเริ่มจากชาแท้จากเขาล่าสุด จากชาที่เด็ดยอดใบในฤดูใบไม้ผลิ แล้วเด็ดครั้งที่2และชาจากฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้น ทำการศึกษาและลิ้มลองเป็นขั้นเป็นตอน ค้นหาแต่ละลักษณะเด่นของกลิ่นและรสชาติ จะเป็นการดีถ้ามีการบันทึกกลิ่นและรสชาติไว้ สะสมประสบการณ์จากเขตชา(เขา)ทีละเขา จากขบวนการเรียนรู้ทั้งเพื่อการลิ้มรสและความสนุก ก็จะเรียนรู้จนเกิดผลได้ กล่าวโดยสรุป ทุกสิ่งจะต้องอาศัยการสัมผัสและประสบให้มากๆ
ชาผู่เอ๋อร์นอกจากมีรสแห่งความดื่มด่ำของเขาเฉพาะแล้ว ชาผู่เอ๋อร์ที่มีคุณภาพดียังปรากฎความดื่มด่ำของบอดี้ที่ยืดยาวนานได้ กล่าวเพื่อสำหรับการชิมดื่มแล้ว ความดื่มด่ำก็แบ่งออกเป็น : ความดื่มด่ำของโพรงปาก(腔韵) ความดื่มด่ำขิงลำคอ(喉韵) และ ความดื่มด่ำของการรู้สึกตัวของร่างกาย(身体的意韵) ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า ความดื่มด่ำของบอดี้(体韵) ซึ่งนี้ก็คือเสน่ห์ของชาผู่เอ๋อร์ที่แตกต่างจากชาชนิดอื่นๆ สิ่งที่ทำให้ผู้คนหลงไหลกับความดื่มด่ำของเขาที่เข้มข้นในชาผู่เอ๋อร์ ก็คือ ชาจากหยินหนานสามารถแสดงตนที่มีรสชาติพิเศษเฉพาะออกมา รสชาติของชาผู่เอ๋อร์ที่ยืดยาว(延伸) ลืมไม่ลง(难忘) รสสะท้อนกลับ(回味) เปลี่ยนแปลง(变化) สดชื่น(舒畅) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความดื่มด่ำได้ทั้งสิ้น มีคนคิดว่าการหุนการ(回甘)ก็คือความดื่มด่ำของชาแล้ว พูดเช่นนี้ไปในทางด้านเดียวเกินไป ความดื่มด่ำของบอดี้แห่งชา(茶之体韵) ควรที่จะเป็นการยืดยาวของรสชาติในท่ามกลางการตระหนักรับรู้(意识中的延伸) ความดื่มด่ำของบอดี้ที่แท้จริงคือ ปัจเจกบุคคลนิยม(个人化) ระดับของการรับรู้สิ่งแรกขึ้นกับคุณภาพของชา ขณะเดียวกันขึ้นกับสภาพร่างกายและระดับความรู้ความเข้าใจของคนชิม การทำความเข้าใจกับความดื่มด่ำของบอดี้ที่ค่อนข้างเลือนลางนั้น สิ่งสำคัญเบื้องต้นคือจะต้องมีประสบการณ์อันหลากหลาย ดังนั้น จะต้องลิ้มลองดื่มและเปรียบเทียบข้อแตกต่างของชาผู่เอ๋อร์มากๆ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นแล้ว ความดื่มด่ำของเขาแห่งชา(茶之山韵)และความดื่มด่ำของบอดี้ของคนชิม(品者体韵) ก็จะค่อยๆปรากฎเด่นชัดขึ้น
เข้าทำนองที่ว่า :
คนซึ่งไร้กระดูก ใยสามารถยืนบนโลกได้ฉันใด ชาซึ่งไร้ความดื่มด่ำ ใยจะมีวิญญาณได้ฉันนั้น
สุดท้ายของการไล่ล่าชาผู่เอ๋อร์ ก็คือ การค้นหาความดื่มด่ำแห่งชา(茶之韵) ! กลิ่นหอมลึกลับและความดื่มด่ำหนาแน่น(暗香厚韵) ก็คือ ภาพที่แท้จริงของชาผู่เอ๋อร์

(แปล-เรียบเรียง-ย่อ จากบทความ《普洱茶之韵---普洱茶风味之源》 ของ หยีชิงหยี่)

03 พฤศจิกายน 2557

ความรู้ผูเอ่อร์

ขอบพระคุณ คุณ Parinya Sae-Keang ที่แปลเรียบเรียงและเอื้อเฟื้อบทความครับ

ชาผูเอ๋อร์ทำไมต้องมี"พาหะ"ของการหมัก ]
《普洱茶为什么需要发酵的"载体"》

ชาผูเอ๋อร์ยังคงใช้วีธีการหม้กแบบเก่าแก่ดั้งเดิม ซึ่งแตกต่างจากวิศวกรรมการหมักที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างมาก ขบวนการและขั้นตอนยังยืดอิงวีธการผลิตชาแบบดั้งเดิมที่สืบต่อกันมายาวนาน เทคโนโลยี่ใหม่ที่คิดค้นมีเพียงแค่ "การหมักกอง(渥堆)" ในทศวรรษปี 70 คือ การหมักที่คนสร้างขึ้นเพื่อเร่งการหมักให้เร็วขึ้น ซึ่งก็จำกัดใช้ได้เพียงในการผลิตชาสุก(熟茶)เท่านั้น ชาผูเอ๋อร์จากวีธีการผลิตชาแบบดั้งเดิม ทุกวันนี้รู้จักกันในนาม"ชาดิบ(生茶)" คือ ชาที่เกิดการหมักแบบธรรมชาติหรือใช้วีธีการหมักแบบดั้งเดิม :
• การหมักที่แบ่งตามรูปแบบ คือ การหมักในสถานะของแข็ง(Solid State Fermentation ; 固态发酵)
• การหมักที่แบ่งตามเทคนิคการผลิต คือ การหมักต่อเนื่อง(Continued Fermentation ; 连续发酵)
• การหมักที่แบ่งตามการใช้ออกซิเจน คือ เริ่มจากการหมักใช้ออกซิเจน(Aerobic Fermentation ; 有氧发酵) ต่อด้วยการหมักไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobic Fermentation ; 厌氧发酵)
การสร้างพาหะการหมัก
ขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตชาผูเอ๋อร์ คือ การอัดขึ้นรูป แต่กลไกการหมักจะไม่สิ้นสุดตามไปด้วย เหมาฉา(毛茶)ที่ผ่านขั้นตอนการตากเขียว(晒青)แล้ว ถ้าหากยังไม่นำมาอัดขึ้นรูป แม้จะเก็บอีกเป็นระยะเวลายาวนาน ก็ยังถือเป็นวัตถุดิบอยู่ ถ้านำวัตถุดิบนี้มาอัดขึ้นเป็นรูปก้อน แผ่นกลม ถ่อ แผ่นสี่เหลี่ยมแล้วจะอยู่ในสถานะของแข็ง การหมักในสถานะของแข็งที่ยังไม่สิ้นสุด เมื่อชาผูเอ๋อร์ถูกอัดขึ้นรูปแล้ว ก็จะเข้าสู่กลไกการหมักใหม่ใน "พาหะ(载体)" นี้ เป็นการเริ่มต้นกลไกการหมักหลังและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง(后续发酵) สามารถต่อเนื่องยาวนานกว่าร้อยปี และสร้างคุณภาพ "ยิ่งเก่ายิ่งหอม(越陈越香)" หรือเทียบเคียงขบวนการนี้ว่า "จากลูกเป็ดขี้เหร่กลับกลายเป็นห่านฟ้า(丑小鸭向白天鹅的转变)
ขบวนการหมักในชาผูเอ๋อร์ที่อัดขึ้นรูปจะประกอบด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้และไม่ใช้ออกซิเจนสับเปลี่ยนกัน นี้ถือเป็นวงจรที่สำคัญของขบวนการหมักของชาผูเอ๋อร์ เหมาฉาที่ผ่านการตากเขียวแล้วแม้จะมีกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์สอดแทรกอยู่ แต่โดยพื้นฐานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจน(Aerobic Bacterias ; 有氧菌群) แต่การหมักที่สำคัญกว่าที่เกิดจากกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobic Bacterias ; 厌氧菌群)เป็นหลัก เนื่องจากภายใต้มีกลุ่มแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนมาร่วมด้วยช่วยกัน ชาผูเอ๋อร์จึงประกอบด้วยกลุ่มสาร Derivatives(衍生物质) ที่เฉพาะที่เกิดจากการหมักไม่ใช้ออกซิเจน กลุ่มสารนี้ก็คือ "ตัวปัจจัย(因子)" ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา
ขบวนการหมักที่เกิดในชาผูเอ๋อร์ ขั้นตอนแรกคือการหมักใช้ออกซิเจนเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของขบวนการผลิตชาจนเป็นเหมาฉา เพราะใบชาสัมผัสกับอากาศภายนอก ขั้นตอนที่ 2 หลังจากเหมาฉาถูกอัดขึ้นรูปแล้ว เฉพาะผิวภายนอกสัมผัสกับอากาศ แต่ภายในจะเกิดเป็นสภาวะขาดอากาศ ซึ่งบังเอิญเหมาะกับการหมักที่ไม่ใช้อากาศ การหมักใช้อากาศและการหมักไม่ใช้อากาศทั้ง 2 ขั้นตอนในชาผูเอ๋อร์จะเกิดหมุนเวียนกัน กลายเป็นเส้นโซ่ของการหมักที่สมบูรณ์แบบ
ส่วนส่านฉา(散茶)ที่ได้จากการผลิตชาสุก แม้จะผ่าน "การหมักกอง" ซึ่งอยู่ในสภาวะการหมักไม่ใช้อากาศแต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าไม่นำมาอัดขึ้นรูป ก็กลับเข้าสู่เปลือยกายในอากาศ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ขาดอากาศแบบยาวนาน ก็จะเหมือนกับชาแดง(红茶)ที่เมื่อถูกเก็บไว้นานก็จะแปรสภาพเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่าน(碳化)
บรรพรุษชาผูเอ๋อร์แห่งหยินหนาน ได้สร้างชาผูเอ๋อร์เป็นรูปก้อน แผ่นกลม ถ่อ แผ่นสี่เหลี่ยม ก็คือการสร้าง "พาหะ" ให้ชาผูเอ๋อร์เกิดการหมักโดยสมบูรณ์ คงไม่ใช่เพื่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่ง ถ้าหากเพื่อความสะดวกแล้ว จะต้องอัดขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจะดีที่สุด เพราะไม่ว่าในด้านการบรรจุไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ การทนต่อแรงกดแรงกระแทกแล้วจะกระจายแรงเฉลี่ยได้เท่าๆกัน ไม่เกิดความเสียง่าย และขบวนการขึ้นรูปง่ายและเร็วกว่า ต้นทุนทุกอย่างจึงถูกกว่า เหตุที่มีการขึ้นรูปเป็นก้อน แผ่นกลม ถ่อ ซึ่งถือเป็นรูปทรงกลม นอกจากเพื่อให้รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยงามแล้ว จุดสำคัญคือให้มีรูปลักษณ์ที่เหมาะกับการหมัก เนื่องจากจุลินทรีย์จะไม่ชอบพื้นผิวเรียบและขอบเป็นมุม "พื้นที่ทำงาน" ที่เหมาะสม คือ เป็นลักษณะรูปทรงกลม
เราดื่มชาผูเอ๋อร์เหมือนกำลังดื่มชิ้นงานศิลปะและวัฒนธรรมของจีนที่มีมากว่าพันปี !!

29 ตุลาคม 2557

จอกกังไส

บทความโฆษณาโปรดใช้วิจรณญาณในการอ่าน
จอกกังไส ลายคราม วาดมือ ขึ้นรูปจอกด้วยมือ สั่งตรงจาก จิ่งเต๋อเจิ้น ยี้ห้อ ทีดี ประเทศไทย จำนวน ๓๐ ใบ ราคา ๒๒๐๐ บาท  


ที่วางฝาปั้น

บทความโฆษณาโปรดใช้วิจรณญาณในการอ่าน

ที่วางฝาปั้น ดินจื่อซา ชิงสุ่ยหนี แฮนเมดส์ จำนวนจำกัด ชิ้นล่ะ 880฿