Translate

25 กันยายน 2557

เครื่องปั้นดินเผา ถาดชงชา ถ้ำชา

ถ้ำชาดินเผา มาใหม่ครับ มีสองทรงให้เลือกครับ ขนาดความจุประมาณ 100 กรัม ค่าสินสอด 660฿ /ชิ้น ...


ถาดชงชา ฉาฉวน แกะฝักบัว ( แกะมือ ) ใบกระทัดรัด วางปั้นชาได้ใบเดียว เหมาะสำหรับวางในที่จำกัดครับ ค่าสินสอด 1350฿/ชิ้น...

18 กันยายน 2557

เครื่องปั้นดินเผา

สินค้ามาใหม่ รับส่งไปรษณีย์ทั่วไทยครับ 
ถาดชาดินเผา ราคา 1300฿

กาพักชาดินเผาเคลือบ ราคาใบล่ะ 1600฿
จอกชาย้อนยุค ใบใหญ่ 350฿ ใบเล็ก 250฿

กาพักชาดินเผาน้ำเคลือบ ราคา 880฿

ถาดเลี้ยงปั้นดินเผา สั่งตรงจากโรงงาน ราคาใบล่ะ 880฿

ถาดชงชาดินเผาเคลือบทรงกลม ลายธรรมชาติ มีสองลาย ลายไผ่ ลายตอไม้ มี่ท่อระบายน้ำ ขนาดเทียบได้กับปั้นชาที่วางไว้ให้เปรียบเทียบ ราคา 3800฿ ( สำหรับถาดชานี้ ขอไม่รับส่งทางไปรษณีย์ ท่านใดสนใจกรุณามารับที่ร้านนะครับ เพราะขนาดใหญ่และแตกหักชำรุดง่าย ขอบคุณครับ )


07 กันยายน 2557

คุยเฟื่องเรื่องชากับคุณซันซัน ๕

คุยเฟื่องเรื่องชา ๕
การผลิตชาผูเอ่อร์แบบโบราณและแบบหมัก

การผลิตชาผูเอ่อร์แบ่งออกเป็นสองขั้นตอน

ขั้นตอนแรก : รวมถึงการเด็ดใบชาสด คั่วชา นวด และตากแห้ง ชาที่เสร็จสิ้นขั้นตอนนี้เราจะเรียกว่าเหมาฉา ( ชากึ่งสำเร็จรูป เพราะส่วนมากจะนำไปอัดแผ่นอีกที )
ในแหล่งปลูกชาของมณฑลยูนาน ส่วนมากจะเป็นพื้นที่สูงระยะทางกันดารและห่างไกล ชาวไร่ชาที่ส่วนมากเป็นชาวเขา ส่วนมากจะทำเหมาฉาเสร็จแล้วจะขายให้โรงงานต่างๆมาเลือกซื้อไปอีกที แต่ก็มีโรงงานบางส่วนไปสร้างโรงคั่วชาใกล้ๆไร่ชา เพื่อซื้อชาสดจากชาวไร่ แล้วนำมาผลิตเป็นเหมาฉาเอง เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพชาให้ได้มาตรฐานที่สุด

ขั้นตอนที่สอง : ตามหลักแล้วมักจะนำเหมาฉามาผ่านการนึ่งแล้วอัดแผ่น ไปจนถึงผึ่งแห้งถึงจะเสร็จสิ้นขั้นชาดิบ แผ่นชาจะเริ่มพัฒนาตนเอง นี่คือเซินฉา หรือที่เราเรียกกันว่าชาดิบ ก็คือการผลิตแบบโบราณนั่นเอง ชาดิบรสชาติจะหลากหลาย ถ้าเก็บชาให้เหมาะสม ชาก็จะพัฒนารสชาติได้ดี ชาดิบที่ได้อายุจะมีรสชาติกลมกล่อม นุ่ม ลื่น ได้รสชาติของกาลเวลา

ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทศวรรษที่ 70 บริษัทจงฉาของรัฐบาลจีนยุคนั้นได้ทดลองการหมักชาสุกได้สำเร็จ คิดค้นชาสุกขึ้นมา พวกเค้านำเหมาฉามาพรมน้ำและกองไว้ให้เกิดการหมักตัว จุดประสงค์เพื่อที่จะทำให้ได้รสชาตินุ่มลื่นแบบชาดิบเก่า การหมักเช่นนี้ ทำให้รสชาติชาสุกที่ผ่านการหมักโดยวิธีนี้ มีความแตกต่างกับรสชาติชาดิบเก่าที่พัฒนาเองตามธรรมชาติอยู่ไม่น้อย นี่คือการผลิตชาผูเอ่อร์แบบหมัก ชาสุกที่หมักดีรสชาติ กลมกล่อม อ่อนโยน ยิ่งเก่ายิ่งนุ่ม และดีต่อสุขภาพ

ขั้นตอนการผลิตชาผูเอ่อร์นั้นมีความสำคัญทุกขั้นตอน ทุกๆขั้นตอนมีผลต่อคุณภาพชาและรสชาติ และการพัฒนาของชาในอนาคตอย่างมาก เปรียบดั่งการศึกษาของคนเรา ที่ทำให้เราก่อเกิดสติปัญญาทัศนคติและค่านิยม ๆลๆ ก็จะมีผลต่ออนาคตของคนคนนั้น

หยีชิวหยี่ เล่าให้ฟัง

คำพูดบางตอนของท่าน หยีชิวหยี่ ... ชาเกรดห้าวจวี๋เหลือน้อยลงทุกวัน ใครก็คงไม่สามารถชงดื่มได้บ่อยๆ ฝู๋แห๋ยนชังห้าว ตอนนี้เหลืออยู่ในโลกนี้แค่ประมาณ 20-30 มัดมั้ง เชอสุ้นห้าว ว่ากันว่าเหลือแค่ 4 แผ่น และผมก็รู้ว่าอยู่ในมือใครบ้าง ล้วนเป็นมิตรสหายกันหมด พวกเค้าต่างก็ไม่พูด และไม่ให้คนนอกรู้ กลัวโดนโขมย กลัวคนมาขอแบ่ง ต่างเก็บเงียบ ...... ฟังดูเหมือนพระสมเด็จยังไงยังงั่นเลย คนมีของแท้ต่างก็เก็บเงียบ 555

02 กันยายน 2557

คำพูดท่าน ไป๋สุ่ยชิง

ท่านไป๋แนะนำมา...
การเก็บชามีสามอย่าง เข้าโกดัง โกดังแห้ง โกดังเปียก
เข้าโกดังคือการใช้เทคนิคที่นำความชื้นความแห้งเปียกมาเร่งชา ที่จริงชานี้ได้รับการทำร้ายแล้ว
โกดังแห้ง เก็บชาที่ความชื้น 60-80% ให้ชาค่อยๆพัฒนาตามธรรมชาติ
โกดังเปียก เก็บชาที่ความชื้น 80% ขึ้นไปเพื่อเร่งชา ชาจะมีกลิ่นอับชื้น กลิ่นรา กากชาจะเละ
การเลือกซื้อชาก็มีเทคนิค แผ่นชาไม่ควรมีแมลงกัดกิน ชาไม่ควรมีกลิ่นอับ ชื้น รา โดยทั่วไปชาดิบจะไม่มีกลิ่นอับชื้น ชาสุกเก็บนานจะมีกลิ่นเก่าที่หอม
ชาใหม่จะมีกลิ่นหอมสดของใบชา 5-10 ปีจะมีกลิ่นหอมหวาน 50 ปีขึ้นไปจะมีหอมยาจีน ชาเก่าดีๆก้านใบจะชัดเจน ดูใต้แสงธรรมชาติจะเห็นความเงามันและยอดชาเด่นชัด
การเก็บชาควรเก็บชาในถุงกระดาษ แล้ววางในกล่องกระดาษอีกที เพราะว่าใบชาจะดูดความชื้นในฤดูใบไม้ผลิ และคายความชื้นในฤดูใบไม้ร่วง ไม่ควรเก็บในกระป๋องเหล็กที่อากาศไม่ถ่ายเท ไม่งั้นใบชาจะหยุดนิ่ง ไม่พัฒนา ก็จะไม่มีชีวิต และไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง
ขอบคุณท่านไป๋ ข้าน้อยและเพื่อนๆเรียนรู้อีกแล้วครับ

20 สิงหาคม 2557

ปั้นชาปีม้า หลายรุ่น

ปั้นชาทรง - ดินจื่อหนี ตะแกรง 60 เผาสองครั้ง ขัดผิวแต่งลิ้น 
เตาทุยป่าน ประมาณ1200องศา ความจุ 130 cc ปั้นมือ จำนวน 12 ใบ 
ค่าสินสอด 5500฿ ตราประทับ ทีดี ๒๕๕๗ ปีม้า

ปั้นทรง จวี้หลุนจวู ดินต้วนหนี ตะแกรง - เผาสองครั้ง เตาทุยป่าน 
อุณภูมิประมาณ 1200 องศา ขัดผิวแต่งลิ้น ความจุ 150 cc ปั้นมือ 
จำนวน 11 ใบ ค่าสินสอด 5500 ฿ ตราประทับ ทีดี ๒๕๕๗ ปีม้า

ปั้นทรงสุ่ยผิง ปั้นบล็อก ความจุ ประมาณ 130-150 cc ปั้นบล็อก 
ดิน จวูหนี จื่อหนี ตระแกรง - ขัดผิวแต่งลิ้น 
เผาสองครั้ง เตาทุยป่านอุณภูมิประมาณ 1200 องศา 
จำนวนรวม 56 ใบ ค่าสินสอด 2100 ฿ 
ตราประทับ ทีดี ๒๕๕๗ ปีม้า แกะสลัก 香格 ชื่อร้านชาทีดีภาษาจีน



ปั้นชาทรงสือแผ๋ว ดินจ้าวจวงจวูหนี ตะแกรง 60 ปั้นบล็อก 
เผาสองครั้ง เตาทุยป่านอุณหภูมิประมาณ 1200 องศา 
ขัดผิวแต่งลิ้น ความจุ 200 cc จำนวน 12 ใบ ค่าสินสอด 2500 ฿ 
ตราประทับภาษาไทย ทีดี ๒๕๕๗


13 สิงหาคม 2557

คุยเฟื่องเรื่องชากับคุณซันซัน๔

ชาดีที่มาจากในป่าเขา
ระหว่างที่เดินทางไปศึกษาตามเขาชา และได้ขอความรู้จากผู้ผลิตชา บวกกับได้อ่านคัดกรองข้อมูลที่รุ่นพี่วงการชาได้บันทึกไว้ นำมากรั่นกรองแล้วแบ่งปันให้สหายชาทุกๆท่านค่ะ
ที่นี่ขอขอบคุณ คุณจาง สามีสุดที่รักที่ทำหน้าที่ช่วยแปลให้ค่ะ

ใบชาในมณฑลยูนานที่นำมาทำชาผูเอ่อร์มีหลายประเภท แบ่งตามลักษณะการเพาะปลูกดังนี้;

1.野生型大乔木茶树 ชาป่าชนิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะกระจายตัวตามป่าเขา ขึ้นเองและเติบโตเองท่ามกลางธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบรูณ์ ต้นชามักจะสูงห้าเมตรขึ้นไป อายุตั้งแต่หลายร้อยปีไปจนถึงหลักพันปี ต้นชาพวกนี้เก็บเกี่ยวลำบากมาก
ชาชนิดนี้ยอดชาค่อนข้างอ่อน เหมาฉาจะออกเขียวเข้มออกดำ
น้ำชาจะลื่นและหนา ความหอมหนักแน่น น้ำชาหวานและหุยกานนานและสม่ำเสมอ สีน้ำชาจะออกเหลืองทอง มีความข้นหนืดสูง
แต่ต้นชาประเภทนี้บางชนิดขมและเย็น ไม่เหมาะที่จะนำมาดื่ม

2.栽培型野生古茶树 ชาป่าชนิดปลูก เป็นชาที่บรรพบุรุษได้ปลูกเอาไว้ ได้ถูกทิ้งร้างและเติบโตเองตามป่าเขา ไร้คนดูแล เติบโตเองในป่าเขา ชาประเภทนี้มักมีความสูงตั้งแต่หนึ่งเมตรครึ่งไปจนถึงห้าเมตร ต้นชาหลักร้อยปีไปจนถึงหลายร้อยปี
ยอดชาอ่อนและเยอะ เหมาชาสีจะเขียวเข้มหรือเหลืองเขียว
น้ำชาอ่อนและหนัก ความหอมชัดเจน รสชาติสมมาตร แต่รับรู้ได้ถึงความกระตุ้นในช่องปากบ้าง น้ำหวาน ชุ่มคอ สีน้ำเหลืองเขียว ความขมฝาดมีบ้างแต่ไม่เยอะและสัมผัสได้ไม่กี่วินาที หุยกานเร็วและยาวนาน

3.野放型茶园茶 ชาไร่แบบปล่อยป่า ช่วงยุคชิงค์ถึงยุคสาธารณะรัฐ หมิงกว๋อ พวกชนกลุ่มน้อยได้ปลูกชาแบบไร่แบบยุคนั้น ไม่ใช่แบบไร่บันไดยุคนี้ มีจำนวนเยอะพอสมควร แต่ระยะยาวไร้คนดูแล ถูกปล่อยให้เติบโตเองแบบธรรมชาติ ชาชนิดนี้ค่อนข้างจะปลูกหนาแน่นกว่าชาปลูกปล่อยป่า แต่เบาบางกว่าชาไร่ปัจุบัน และบางส่วนถูกตัดให้เตี้ยง่ายต่อการเด็ดยอด ต้นชามักจะสูงเมตรห้าสิบถึงสามเมตร ต้นชาประมาณเจ็ดแปดสิบปีถึงหลักร้อยปีขึ้นไป
ชานิดนี้นี้ แรง รสชาติสมมาตร ความขมฝาดจะสัมผัสได้ประมาณสิบกว่าวินาที หุยกานเร็วและสม่ำเสมอ รสชาติในคอชัดเจน

4.现代茶园茶 ชาไร่ปัจุบัน หรือมักเรียกกันว่า ไถตี้ฉา หลังยุค หมิงกว๋อ ยูนนานได้ส่งเสริมการปลูกไร่ชา เพื่อการส่งออก ทำให้มีไร่ชาเป็นจำนวนมาก ต้นชาปลูกแบบความหนาแน่นสูง โตเร็ว ผลผลิตมาก คนมีส่วนร่วมสูง ตกแต่งกิ่ง ขจัดวัชพืชและแมลง อาศัยปุ๋ยเพื่อผลิตที่มาก
ชาไร่จะมีรสชาติ แรงที่สุด การสำผัสได้ในช่องปากแรงที่สุด หุยกานเร็วแต่ก็หมดเร็ว ความขมฝาดชัดเจนและนาน บอดี้บางและไม่นิ่ง